Warehouse 30 โกดังคอมมูนิตี้สุดเจ๋งย่านเจริญกรุง แหล่งแฮงเอาต์ของคนรุ่นใหม่

WAREHOUSE 30

ฮัลโหลวัยรุ่น ! คนไหนที่กำลังมองหาร้านนั่งชิวล์ ทำงานเงียบๆ หรืออยากนั่งแฮงเอาต์ปลดปล่อยความเซ็งในชีวิต แต่พอจะให้เลือกร้านสักร้าน ก็นึกไม่ออกทุกทีว่าจะไปที่ไหน วันนี้ Lookbook.th เราเลยพาไปชมสถานที่แฮงค์เอาต์แห่งใหม่แถวเจริญกรุง หรือที่เรียกว่า “Warehouse 30”  ด้วยการตกแต่งในสไตล์ดิบๆ เท่ เรียบหรูมีสไตล์ มันเลยทำให้เราไม่พลาดที่จะแวะเข้ามาสำรวจที่นี่ซักหน่อย

ซึ่งเดินทางเข้ามาในซอยเจริญกรุง 30 ราวๆประมาณ 150 เมตร เราก็จะเจอกับโกดังเก่าที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นมาร์เก็ตเพลสและแหล่งแฮงเอาต์สุดเก๋  ที่รวบรวมคาเฟ่  ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าหลากหลายประเภทและแฟชั่นแนวๆ แหล่งเสพย์งานศิลปะ รวมไปทั้งโรงฉายภาพยนตร์ขนาดเล็ก ที่จะให้ทุกคนได้มาเดินช็อป นั่งทำงานชิวล์ๆ ไปกับบรรยากาศ หรือจะทำกิจกรรมแฮงเอาต์ต่างๆ ไปกับสถานที่แห่งนี้ ที่ได้รวบรวมไว้ให้ครบทุกอย่างแล้ว ที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้ลองไปสัมผัสดูสักครั้ง

WAREHOUSE 30  The New Creative Community Complex เพิ่งเปิดบริการได้สักพัก โดยริเริ่มโปรเจ็กต์สุดสร้างสรรค์จากสถาปนิคชื่อดัง คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค และ คุณรังสิมา กสิกรานันท์ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Elle Decoration Thailand ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่ให้ตอบสนองกิจกรรมและ Life Style ของคนรุ่นใหม่ โดยปรับโกดังเก่าๆมาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยเก่ากับสมัยใหม่ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ภายในคอมมูนิตี้นี้จะแบ่งออกเป็น 8 โซน ซึ่งคาแรกเตอร์แต่ละโซนก็โดดเด่นไปในสไตล์ที่แตกต่างของแต่ละกลุ่มคน และความน่าสนใจในโกดังแห่งนี้ จะมีอะไรบ้าง ลองตามไปดูกัน !

เริ่มกันที่ภายในโครงการ One Big House ในบริเวณ โกดัง 1 และ 2 พื้นที่ยืดหยุ่นที่ไว้สำหรับจัดแสดง จัดทอล์ก คอนเสิร์ต หรือเวทีเสวนา รองรับกิจกรรมทั้งการเวิร์กช็อป เป็น co-working space ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทำกิจกรรมได้หลากหลายอย่าง

โกดังที่ 3 เป็นโรงไม้ ของ P. tendercool โรงโต๊ะไม้ที่ออกแบบจากงานที่ตัวเองอยากใช้ ไม้ทุกชิ้นเป็นไม้เก่าและมีความเป็นมา เป็นโต๊ะไม้ที่ดัดแปลงมาจากเฟอร์นิเจอร์โบราณหรือของเก่าแก่  โต๊ะทุกตัวที่ทางร้านผลิตมีเรื่องราวความเป็นมาเฉพาะตัว ตั้งแต่ที่ไปที่มาของวัสดุไปจนถึงการรวมตัวกันของช่างฝีมือที่ทำโต๊ะตัวนั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาโต๊ะไม้ เชื่อว่าคงมีโต๊ะสักตัวที่มีเรื่องราวน่าสนใจจนอยากจะนำกลับไปสร้างเรื่องราวได้อยู่เหมือนกัน

โกดัง 4 เป็นในส่วนของโซนช้อปปิ้ง ของร้าน Lonely Two Legged Creature ที่ขายเสื้อผ้าสำหรับสาวกมินิมอลโดยเฉพาะ และมัลติแบรนด์ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าหลากดีไซน์ เครื่องประดับ กระเป๋าต่างๆ พร้อมด้วยเวิร์คกิ้งสเตชั่นจะเผยให้เห็นขั้นตอนการออกแบบ และการทำงานของเหล่าดีไซเนอร์แบรนด์นี้กันอย่างใกล้ชิด

มาถึงเรื่องการกินการดื่มที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่จะอยู่ที่  โกดัง 5 ที่เห็นได้ว่าคงจะเป็นโกดังโปรดของใครหลายคน โดยรวบรวม 3 ร้านที่มีความโดดเด่นของสไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น The Fox and the Moon คาเฟ่ซุป สลัด และเมนูเพื่อสุขภาพสไตล์โฮมเมดของร้าน Moon Taste แบรนด์ซุปที่ต่อยอดจากส่งขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต นอกจากเรื่องความโดดเด่นของซุปแล้ว ยังมีเมนูขนมหวานมากมายที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้กับคนที่มาเยือนโกดังแห่งนี้

หรือจะเป็นร้าน Coffee Roaster by Li-bra-ry บาร์กาแฟกลิ่นหอมกรุ่นจากทีมไล-บรา-ลี่ โดยมีเมนูกาแฟยอดนิยม รวมไปถึงเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของทางไล-บรา-ลี่ มาไว้ที่นี่ด้วย รวมไปถึง Summer Heath บาร์เครื่องดื่มโดย คุณก๊อตจิ ธีรดนย์ ดิสระ บาร์เทนเดอร์จากร้าน The Never Ending Summer โดยเป็นบาร์ค็อกเทลที่โดดเด่นด้วยพื้นที่บาร์ยาวโล่งๆ ที่ลูกค้าสามารถยืนล้อมโต๊ะคุยกับบาร์เทนเดอร์ได้แบบเป็นกันเองสุดๆ

มาถึง โกดังที่ 6 จะเป็นการผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความสวยหวานเข้าไว้ด้วยกัน เป็นที่ตั้งของร้านขายสินค้าเก๋าๆ ในสไตล์วินเทจ และโชว์รูมมอเตอร์ไซค์คัสตอมอย่าง 8080 มีตั้งแต่เสื้อผ้า อุปกรณ์บิ๊กไบค์ หมวกกันน๊อคภายใต้แบรนด์ 8080 เอาใจคนรักการขับขี่กันอย่างเต็มที่ รวมไปถึงสินค้าจากแบรนด์ดังต่างๆ และร้านดอกไม้สไตล์คราฟท์ Wallflowers ก็ตั้งอยู่ในโกดังนี้เช่นกัน ซึ่งการตกแต่งและออกแบบการจัดดอกไม้จะเน้นความเป็นธรรมชาติด้วยการใช้ดอกไม้หลายๆชนิด ที่หยิบจับทุกสิ่งอย่างมาใช้โดยไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ก็สร้างความแปลกใหม่ได้ทุกครั้งสำหรับผู้ที่มาเยือนโกดังแห่งนี้ อักทั้งโกดังนี้จะมีหนังสือไว้ให้อ่านเล่น หรือสำหรับใครที่อยากจะซื้อติดไม้ติอมือกลับบ้าน ก็ได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนสุดท้ายในโกดังที่ 7 และ 8 เป็นสเปซดูหนังของ Doc Club Theater โรงหนังไร้ผนังกั้นที่ Documentary Club ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนำหนังสารคดีสนุกๆ มาให้ชมกัน ฉายหนังอิสระ หนังนอกกระแส โดยเราสามารถเข้าชมได้แค่ซื้อตั๋วที่นั่งละ 100 บาทเท่านั้น

อีกทั้งโกดังนี้ยังเป็นมาร์เก็ตเพลสขนาดใหญ่ที่นำสินค้ามัลติแบรนด์หลากหลายสไตล์มาวางให้เราได้เลือกชมกัน ตั้งแต่เครื่องใช้เซรามิก ของประดับตกแต่งบ้านหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากร้าน Organic Supply ร้านค้าออร์แกนิกชื่อดังจากย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราอีกด้วย และมีสินค้ามากมายให้ได้เราเลือกซื้อติดไม้กลับบ้านไปอย่างจุใจ

ถือว่าเป็นอีกสถานที่แฮงเอาต์สร้างสรรค์เจ๋งๆ แห่งใหม่ที่เกิดขึ้นในย่านเจริญกรุง เป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนยุคใหม่ ทำให้ย่านนี้มีสีสันขึ้นมาก สำหรับใครที่กำลังมองหาที่แฮงเอาต์กันอยู่  มาลองสัมผัสครีเอทีฟสเปซเจ๋งๆ แห่งใหม่นี้ดูสักครั้งนะ !

Warehouse 30 (Creative Community Complex)

50-60 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 22.00 น.

โทร. 084-364-8289

Facebook : Warehouse30

Photographer :  Nickky , Pai

Writer : Pai